วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2555

โครงการอ่างเก็บน้ำโป่งกระทิงตามพระราชดำริ และการพระราชทานที่ดินทำกินฯ

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2518 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร ณ กิ่งอำเภอสวนผึ้ง จ.ราชบุรี (ดูรายละเอียด)  ในคราวนั้นได้มีผู้แทนชาวกะเหรี่ยง กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานที่ดินจำนวน 10,000 ไร่ในเขตตำบลบ้านบึง กิ่ง อ.สวนผึ้ง อันเป็นที่รกร้างว่างเปล่าบริเวณห้วยซาเดิ้งและห้วยโป่งลึก เพื่อจัดสรรที่ดินในพระบรมราชูปถัมภ์ให้ชาวกะเหรี่ยงได้อาศัยทำกินแบบเดียวกับโครงการหุบกระพง และสำนักราชเลขาธิการได้เสนอเรื่องให้จังหวัดพิจารณา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนิน
ไปทอดพระเนตรเขื่อนกักน้ำโป่งกระทิง
เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2521 
ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ.2518 กระทรวงมหาดไทยพร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชุมร่วมกันที่ จ.ราชบุรี เพื่อพิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ และที่ประชุมมีมติว่า บริเวณที่ดินที่ราษฎรขอพระราชทานนั้นเป็นป่าต้นน้ำลำธาร ไม่ควรทำการจัดสรร แต่เพื่อสนองความต้องการของราษฎรตามพระราชประสงค์ จึงให้ทำที่ดินซึ่งหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่สงวนไว้สองข้างทางสายจอมบึง-โป่งกระทิง (ระหว่าง กม.ที่ 27.000 ถึง 30.000) ขนาดกว้างข้างละ 2 กิโลเมตร ยาว 3 กิโลเมตร รวมเนื่อที่ 12 ตารางกิโลเมตร จำนวนเนื้อที่ 7,500 ไร่ มาจัดสรรแก่ราษฎร

ซึ่งต่อมาปรากฏว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าเตรียมการสงวน (ป่า 85) แต่มีราษฎรทั้งชาวกะเหรี่ยงและชาวไทยได้เข้าไปครอบครองและทำประโยชน์อยู่แล้ว และสรุปผลการพิจารณาของคณะกรรมการดำเนินงานจัดสรรที่ดินตามพระราชประสงค์ ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีมติให้ดำเนินงาน ดังนี้
  1. ให้จังหวัดเป็นเจ้าของโครงการ โดยกรมต่างๆ ให้ความร่วมมือด้านวิชาการ และงบประมาณ ดำเนินงานในลักษณะที่เกี่ยวข้อง 
  2. ให้กรมที่ดินจัดส่งช่างรังวัดออกไปจัดทำแนวเขตและแผนที่ที่ราษฎรเข้าไปครอบครองไว้เป็นหลักฐาน
  3. ให้นายอำเภอจอมบึงและปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้ากิ่ง อ.สวนผึ้ง ทำบันทึกลักษณะการเข้าถือครองที่ดินของราษฎรตามแผนที่รังวัดของกรมที่ดินเพื่อประกอบการพิจารณาปัญหาการครอบครองก่อนการจัดสรร
  4. กรมพัฒนาที่ดิน ดำเนินการสำรวจจำแนกสมรรถนะที่ดินและปรับปรุงวางแผนการใช้ที่ดินให้เหมาะสมกับชนิดพืช
  5. กรมส่งเสริมสหกรณ์ ดำเนินจัดตั้งกลุ่มสหกรณ์การเกษตร
  6. ให้กรมชลประทานดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำ


ดังนั้นกรมชลประทานจึงได้จัดทำ "โครงการอ่างเก็บน้ำโป่งกระทิง" ซึ่งประกอบด้วยตัวเขื่อน ทางล้นน้ำฉุกเฉิน ท่อส่งน้ำ และระบบการชลประทาน ตัวเขื่อนกักน้ำโป่งกระทิงเป็นเขื่อนดินปิดกั้นลำห้วยโป่งกระทิง สูง 10 เมตร ยาว 460 เมตร สร้างขึ้นเพื่อสนองพระราชดำริให้มีแหล่งน้ำสำหรับเพาะปลูก และการอุปโภคของราษฎร ในเขตหมู่บ้านโป่งกระทิง หมู่บ้านลำพะ หมู่บ้านท่าประจันต์ หมู่บ้านคา หมู่บ้านบึงนาน้อย และหมู่บ้านชัฎป่าหวาย ตลอดจนราษฎรในเขตพื้นที่โครงการจัดที่ดินหมู่บ้านตัวอย่างโป่งกระทิงที่ผู้ครอบครองไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน แต่มีสิทธิ์ทำกินชั่วลูกหลานตกทอดเป็นมรดกถึงทายาทได้


อ่างเก็บน้ำโป่งกระทิง ตามพระราชดำริ
ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรเขื่อนกักน้ำโป่งกระทิง บริเวณอ่างเก็บน้ำโป่งกระทิง บ้านโป่งกระทิง กิ่ง อ.สวนผึ้ง (ในขณะนั้น) ได้ทอดพระเนตรโครงยกของบานปิด-เปิดอาคารบังคับน้ำให้ไหลลงลำห้วยเดิม จากนั้นเสด็จฯ เข้าปะรำเพื่อทรงฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับ "โครงการจัดที่ดินหมู่บ้านตัวอย่าง" ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ได้พระราชทานกระแสพระราชดำริว่า

"เจ้าหน้าที่ฝ่ายจังหวัด และกรมชลประทานน่าจะสำรวจแม่น้ำลำห้วยตามสันเขาในเขตพื้นที่กิ่ง อ.สวนผึ้ง ให้มากขึ้น เพื่อได้พิจารณาจัดทำฝายและอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กต่อไป เป็นการกักเก็บน้ำให้ค่อยๆ ไหลซึมลงในดินสำหรับยกระดับน้ำในดินให้สูงขึ้น เพื่อราษฎรจะได้มีแหล่งน้ำใช้สำหรับการเกษตรกรรม และการบริโภคเพิ่มยิงขึ้น"

หลังจากนั้นได้ทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอย่างล้นหลาม  ทรงพระราชปฏิสันถารเกี่ยวกับทุกข์สุขของราษฎร และทรงพระกรุญาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้แพทย์ที่โดยเสด็จพระราชดำเนินทำการตรวจรักษา และรับผู้ป่วยเจ็บเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

จากพระราชประสงค์ในการพระราชทานที่ดินทำกินให้ราษฎรทำให้เกิดสหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินบ้านโป่งกระทิงจำกัด "เป็นสหกรณ์ในโครงการพระราชประสงค์"

ในการเสด็จพระราชดำเนิน เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2521 มีกระแสพระราชดำรัสให้ราชการจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่ราษฎรในพื้นที่บ้านโป่งกระทิงบน จำนวน 100 ราย และมีพระราชดำรัสกับราษฎรในพื้นที่ 4 รายที่เฝ้าฯ รับเสด็จฯ บริเวณริมอ่างเก็บน้ำบ้านโป่งกระทิงบนได้แก่
  • นายเดชา ชีช่วง ตำแหน่งกำนันตำบลบ้านบึง
  • นายระเอิน  บุญเลิศ ตำแหน่งกำนันตำบลสวนผึ้ง
  • นายดง บุญเลิศ ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านบึง
  • นายภิภพ  สวนวัฒนา ตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน  หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านบึง
มีพระประสงค์ให้ "เกษตรกรควรจะรวมตัวกันจัดตั้งสหกรณ์เพื่อรวมกันซื้อ รวมกันขาย และช่วยเหลือกัน" และทรงแนะนำให้นายเดชา  ชีช่วง ตำแหน่งกำนันตำบลบ้านบึง ในขณะนั้นเป็นประธานสหกรณ์ในระยะแรกก่อน เพื่อให้สหกรณ์เป็นรูปเป็นร่าง หลังจากนั้น อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายสุรินทร์ ชลประเสริฐ ได้ส่งเจ้าหน้าที่จากกรมส่งเสริมสหกรณ์มาจัดตั้งสหกรณ์ ดำเนินการแล้วเสร็จใน 1 เดือน ใช้ชื่อว่า "สหกรณ์การเกษตรโป่งกระทิง จำกัด" มีสมาชิก 400 คน ทำธุรกิจขายสินค้า (ข้าวสาร) ให้สินเชื่อแก่สมาชิก สหกรณ์การเกษตรโป่งกระทิง จำกัด ดำเนินกิจการได้ประมาณ 5-6 ปี ประสบปัญหาไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ทางราชการจึงได้จัดตั้งสหกรณ์ขึ้นใหม่ในพื้นที่เดิม ชื่อ "สหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินบ้านโป่งกระทิง จำกัด" เมื่อปี พ.ศ.2535 โดยมีศูนย์สาธิตสหกรณ์โครงการตามพระราชประสงค์โป่งกระทิง สังกัดกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นผู้แนะนำส่งเสริมสหกรณ์ให้เป็นไปตามพระราชประสงค์


********************************

ที่มาข้อมูลและภาพ
  • คณะทำงานจัดทำหนังสือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ.(2553).พระมหากรุณาธิคุณต่อจังหวัดราชบุรี.กรุงเทพฯ : บางกอกอินเฮ้าส์. (ดูภาพหนังสือ)
อ่านต่อ >>

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554

ปัจจัยการผลิตกระแสไฟฟ้าและกระบวนการผลิตของโรงไฟฟ้าราชบุรี

ปัจจัยการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าราชบุรี
กระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าราชบุรี

*******************************
อ่านเพิ่มเติม ศักยภาพด้านการผลิตไฟฟ้าของจังหวัดราชบุรี
อ่านต่อ >>

วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ศักยภาพด้านการผลิตไฟฟ้าของจังหวัดราชบุรี


โรงไฟฟ้าราชบุรี
ที่มาของภาพ
http://www.thaicabincrew.com/forums/viewtopic.php?f=6&t=37120






















จังหวัดราชบุรีเป็นจังหวัดที่มีโรงไฟฟ้าประเภทผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (Independent Power Producer : IPP) จำนวนทั้งสิ้น 3 แห่ง ซึ่งโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งนี้ เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก และใช้นำมันดีเซลกับน้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงสำรอง มีกำลังผลิตรวมทั้งสิ้น 5,745 เมกะวัตต์ ซึ่งก๊าซธรรมชาติที่ถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง ดังกล่าว ได้มาจากแหล่งยาดานาและเยตากูของประเทศพม่า โดยที่โรงไฟฟ้าประเภทผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ทั้ง 3 แห่ง ประกอบด้วย บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด, บริษัท ราชบุรีเพาเวอร์ จำกัด และบริษัท ไตรเอนเนอจี้ จำกัด ตามลำดับ

นอกจากนี้ จ.ราชบุรี ยังมีโรงไฟฟ้าประเภทผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (Small Power Producer : SPP) ที่ผลิตไฟฟ้าใช้เองในโรงงานหรือกิจการส่วนตัว และจำหน่ายไฟฟ้าส่วนที่เหลือคืนให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำนวนทั้งสิ้น 3 แห่ง ซึ่งโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งนี้ เป็นโรงไฟฟ้ากังหันไอน้ำ ใช้ชานอ้อยและก็าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า มีกำลังผลิตรวมทั้งสิ้น 75.5 เมกะวัตต์ โดยที่โรงไฟฟ้าประเภทผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กทั้ง 3 แห่ง ประกอบด้วย โรงงานน้ำตาลบ้านโป่ง จำกัด, โรงงานน้ำตาลราชบุรี และบริษัท สยามคราฟท์ อุตสาหกรรมจำกัด

และ จ.ราชบุรียังมีโรงไฟฟ้าประเภทผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (Very small Power Producer : VSPP) ที่ผลิตไฟฟ้าเองในกิจการและจำหน่ายไฟฟ้าส่วนที่เหลือคืนให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งโรงไฟฟ้าประเภทนี้ ส่วนใหญ่จะใช้ก๊าซชีวภาพเป็นเชื้อเพลิง เช่น ฟาร์มสุกร และโรงงานแป้งมันสำปะหลัง เป็นต้น

รายชื่อผู้ผลิตไฟฟ้าใน จ.ราชบุรี

เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ
  1. บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด ต.พิกุลทอง อ.เมืองราชบุรี กำลังการผลิต 3,645 เมกะวัตต์ ประเภทพลังความร้อนร่วม
  2. บริษัท ราชบุรีเพาเวอร์ จำกัด ต.บ้านไร่ อ.ดำเนินสะดวก กำลังการผลิต 1,400 เมกะวัตต์ ประเภทพลังความร้อนร่วม
  3. บริษัท ไตรเอนเนอจี้ จำกัด ต.หินกอง อ.เมือง กำลังการผลิต 700 เมกะวัตต์ ประเภทพลังความร้อนร่วม
  4. บริษัท สยามคราฟท์ อุตสาหกรรม จำกัด ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง กำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์ ประเภทกังหันไอน้ำ
  5. บริษัท เอเชี่ยนสุพีเรียฟู้ด จำกัด ต.คุ้งพยอม อ.บ้านโป่ง กำลังการผลิต 3 เมกะวัตต์ ประเภทกังหันแก๊ส
เชื้อเพลิงกากอ้อย
  1. บริษัท น้ำตาลราชบุรี จำกัด ต.เบิกไพร อ.บ้านโป่ง กำลังการผลิต 27.5 เมกะวัตต์ ประเภทกังหันไอน้ำ
  2. บริษัท น้ำตาลบ้านโป่ง จำกัด ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง กำลังการผลิต 18 เมกะวัตต์ ประเภทกังหันไอน้ำ
เชื้อเพลิงถ่านหิน
  • บริษัท ราชาชูรส จำกัด ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง กำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์ ประเภทกังหันไอน้ำ
เชื้อเพลิงน้ำเสีย
  • หจก.อู๋ พาวเวอร์ แพนท์ ต.เบิกไพร อ.บ้านโป่ง กำลังการผลิต 0.482 เมกะวัตต์ ประเภท Biogas
เชื้อเพลิงมูลสัตว์
  1. บริษัท เอส.พี.เอ็ม อาหารสัตว์ จำกัด ต.ดอนทราย อ.ปากท่อ กำลังการผลิต 2 เมกะวัตต์ ประเภท Biogas
  2. วี.ซี.เอฟ กรุ๊ป จำกัด (วีระชัย ฟาร์ม) ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ กำลังการผลิต 1.9 เมกะวัตต์ ประเภท Biogas
  3. บริษัท หนองบัว โคเจนเนอเรชั่น จำกัด ต.บ่อกระดาน อ.ปากท่อ กำลังการผลิต 1.42 เมกะวัตต์ ประเภท Biogas
  4. หจก.สุวดี ผลิตไฟฟ้า (อุดมเดช ฟาร์ม) ต.ห้วยไผ่ อ.เมืองราชบุรี กำลังการผลิต 0.45 เมกะวัตต์ ประเภท Biogas
  5. วิเชียรฟาร์ม ต.จอมบึง อ.จอมบึง กำลังการผลิต 0.4 เมกะวัตต์ ประเภท Biogas
  6. กิตติศักดิ์ฟาร์ม ต.ดำเนินสะดวก อ.ดำเนินสะดวก กำลังการผลิต 0.16 เมกะวัตต์ ประเภท Biogas
  7. คุณปรากาญจน์ กลิ่นสอน (ฟาร์มสุกร)  ต.ดำเนินสะดวก อ.ดำเนินสะดวก กำลังการผลิต 0.16 เมกะวัตต์ ประเภท Biogas
  8. คุณธีระ  อภิรัตนศิริเชษฐ์ (วิรัตน์ ฟาร์ม)  ต.ดอนกรวย อ.ดำเนินสะดวก กำลังการผลิต 0.02 เมกะวัตต์ ประเภท Biogas

ที่มาข้อมูล
สำนักงานพลังงานจังหวัดราชบุรี. (2553). สถานการณ์พลังงานจังหวัดราชบุรี 2553. กระทรวงพลังงาน. (หน้า 93-129)
อ่านต่อ >>