วันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2553

บ้านปรานี


บ้านปรานี
ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 2 จ.ราชบุรี

ความเป็นมา
ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 2 จ.ราชบุรี เป็นหน่วยงานราชการส่วนกลางในสังกัดกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม จัดตั้งขึ้นโดยประกาศของคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2546 โดยมีเขตอำนาจใน 8 จังหวัด คือ ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และประจวบคิรีขันธ์

บ้านปรานี ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 2 จ.ราชบุรี มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการควบคุมดูแล ให้การอภิบาลในเรื่องการกิน อยู่ หลับ นอน การบำบัด แก้ไขฟื้นฟูและพัฒนา เด็กและเยาวชนที่อยู่ ณ บ้านปรานีฯ จะได้รับการศึกษาทั้งสายสามัญและสายวิชาชีพ ควบคู่ไปกับกิจกรรมต่างๆ เช่น การเสริมสร้างระเบียบวินัย จริยธรรมและศีลธรรม กิจกรรมบำบัด เป็นต้น โดยเด็กและเยาวชนหญิง ทั้ง 8 จังหวัด ประกอบด้วย

  1. เด็กและเยาวชนหญิงฟื้นฟูยาเสพติด (รอผลการตรวจพิสูจน์หาสารเสพติด)
  2. เด็กและเยาวชนหญิงสถานแรกรับ (รอคำพิพากษา)
  3. เด็กและเยาวชนหญิงที่เข้ารับการฝึกอบรม (ตามคำสั่งศาลพิพากษาให้ฝึกอบรม)

หน่วยงานภายในแบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย คือ

  1. ฝ่ายอภิบาล มีหน้าที่ดูแลการกินอยู่หลับนอนของเด็กและเยาวชน
  2. ฝ่ายการศึกษา มีหน้าที่จัดการเรียนการสอนสายสามัญและสายวิชาชีพ
  3. ฝ่ายโยธา มีหน้าที่ดูแลความสะอาดเรียบร้อยของสถานที่ และเคลื่อนย้ายเยาวชนตามมาตรฐานขององค์การสหประชาชาติ

วิสัยทัศน์
บ้านปรานี ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 2 จ.ราชบุรี จะเป็นหน่วยงานที่ดูแลเด็กและเยาวชนหญิงตามมาตรฐานขององค์การสหประชาชาติ ด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพและผลงานเป็นที่ยอมรับของสังคม

ยุทธศาสตร์
  1. พัฒนาด้านปัจจัยพื้นฐานและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ในบ้านปรานีฯ ให้มีความเหมาะสมต่อการบำบัดแก้ไขและฟื้นฟู เด็กและเยาวชนหญิงในความควบคุมดูแล ภายใต้มาตรฐานขององค์การสหประชาชาติ
  2. ดำเนินการประสานเครือข่าย ทั้งองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนและประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทุกขั้นตอน
  3. เร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์
    -การเผยแพร่ความรู้ตามชุมชน
    -การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์
    -ส่งเสริมด้านกีฬา ดนตรีและนาฎศิลป์
    -ส่งเสริมให้ครอบครัวของเด็กและเยาวชนเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขความประพฤติของบุตรหลานตนในด้านต่างๆ ให้มากขึ้น
    -ให้บิดา มารดา ผู้ปกครองและครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สำคัญต่อความต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว เช่น กิจกรรมวันพ่อ กิจกรรมวันแม่ ฯลฯ
    -มาตรการในการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย โดยเด็กและเยาวชนหญิงที่มีความประพฤติดี ใกล้ครบกำหนดปล่อยตัวและบิดา มารดา หรือผู้ปกครองที่พิจารณาแล้วว่ามีความพร้อม สามารถรับตัวไปทดลองอยู่ร่วมกับครอบครัวได้ ให้ทดลองอยู่ร่วมกับครอบครัวก่อนได้รับการปล่อยตัว โดยมีการติดตามผลเป็นระยะ จนถึงวันครบกำหนดปล่อยตัว

ดอกไม้ประจำบ้านปรานี : ดอกนางแย้ม

สีประจำบ้านปรานี : สีชมพูและสีน้ำเงิน
-สีชมพู : ความอ่อนโยนและอ่อนหวาน
-สีน้ำเงิน : ความหนักแน่น เข้มแข็งและอดทน
อุดมคติ : อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ แข็งแกร่งแต่ไม่แข็งกร้าว
ผู้อำนวยการศูนย์ฯ : นายยุทธนันท์ ยิ้มพูลทรัพย์

ที่มา
-ข้อมูล : ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 2 จ.ราชบุรี. (2553). บ้านปรานี. แผ่นพับประชาสัมพันธ์.
-ภาพ :
http://www.bloggang.com/data/charlie-seen029/picture/1265435898.jpg
อ่านต่อ >>

วันอังคารที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2553

สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีภาคกลาง จ.ราชบุรี

กว่าจะมาเป็นสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีภาคกลาง
ปี พ.ศ.2528 กระทรวงเกาตรและสหกรณ์ได้จัดสร้างสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีประจำภาคต่างๆ ภาคละ 1 แห่ง เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในวโรกาสมหามงคลสมัย พระราชพิธีฌแลมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ และพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก วันที่ 2 กรกฎาคม 2531 และในวันที่ 2 สิงหาคม 2531 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดสวนพฤกษศาสตร์ฯ
ความเป็นมาเกี่ยวกับราชวงศ์จักรี กล่าวคือ ในปี ร.ศ.114 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินถ้ำจอมพล ได้ทรงแวะประทับพักผ่อนที่บริเวณเขาประทับช้าง ต่อมาปี พ.ศ.2547 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้เคยเสด็จพระราชดำเนินเขาประทับช้างในการนำกองเสือป่าเดินทางไกล
นับแต่การดำเนินการจัดสร้างเสร็จสิ้นในปี พ.ศ.2530 เป็นต้นมา สวนพฤกษศาสตร์ฯ เป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักงานป่าไม้เขตบ้านโป่ง กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อมาในปี พ.ศ.2547 ได้มีการปฏิรูประบบราชการ สวนพฤกษศาสตร์ฯ จึงย้ายไปสังกัดสำนักบริหารจัดการในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 5 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จนกระทั่งปี พ.ศ.2548 สวนพฤกษศาสตร์เป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 3 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จนถึงปัจจุบัน
วิสัยทัศน์
ทรัพยากรเพิ่มพูน แหล่งเรียนรู้สมบูรณ์ ศูนย์ท่องเที่ยวมาตรฐาน ก้าวหน้างานวิชาการ วรรณคดีสืบสาน องค์การพัฒนา
วัตถุประสงค์
เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมพรรณไม้ในวรรณคดี เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ และเป็นแหล่งศึกษาความรู้ทางวิชาการ และด้านพฤกษศาสตร์
สถานที่ตั้ง
ตั้งอยู่ที่ ต.ปากช่อง อ.จอมบึง, ต.หินกอง อ.เมือง จ.ราชบุรี พื้นที่ 1,287 ไร่
สภาพทั่วไป
ลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบล้อมภูเขาประทับช้าง ชนิดของดินเป็นดินร่วนปนทราย สภาพป่ามีสภาพเป็นป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ สวนพฤษศาสตร์ฯ เป็นแหล่งรวบรวมจัดปลูกพันธุ์ไม้ในวรรณคดีตามบทกลอน 10 เรื่อง อันได้แก่ อิเหนา ขุนช้างขุนแผน ดาหลัง พระอภัยมณี รามเกียรติ์ ลิลตพระลอ ลิลิตตะเลงพ่าย อุณรุฑ กาพย์เห่เรือฯ นิราศเมืองเพชร และต้นไม้ในพุทธประวัติ ซึ่งแบ่งเป็น 33 แปลง รวมพันธุ์ไม้ 357 ชนิด และเป็นสถานที่สำหรับศึกษาความรู้ด้านทรัพยากรป่าไม้และพฤกษศาสตร์ กิจกรรมค่ายพักแรม ฐานเรียนรู้ทางธรรมชาติ ท่องเที่ยว พักผ่อน จัดประชุม อบรม แก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนผู้สนใจทั่วไป
จุดเด่นที่น่าสนใจ
  • แปลงปลูกพรรณไม้ในวรรณคดี
  • เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติบนภูเขา
  • สวนสมุนไพร
  • สวนไม้มงคลประจำจังหวัด
  • สวนไม้ในพุทธประวัติ
  • สวนไม้จามบทเพลง "อุทยานดอกไม้"

สถานที่ติดต่อ
อาคารศาลาเกษตร สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีภาคกลาง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี โทร.08-1944-9718

ที่มา :
สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีภาคกลาง จ.ราชบุรี. (2553). แผ่นพับประชาสัมพันธ์. แจกจ่ายในงานกาชาดเที่ยวราชบุรีปี 2553.

อ่านต่อ >>

อุทยานธรรมชาติวิทยาตามพระราชดำริฯ


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระทัยในการศึกษาสภาพธรรมชาติ ทั้งยังทรงเล็งเห็นว่าควรจะมีการอนุรักษ์สภาพธรรมชาติไว้ให้เยาวชนและราษฎรในท้องถิ่น ตลอดจนผู้ที่มีความสนใจใช้เป็นสถานที่ศึกษาเรียนรู้ โดยเริ่มกิจกรรมปลูกป่าชุมชน ในตำบลสวนผึ้ง และตำบลตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ต่อมาคณะทำงานที่เกี่ยวข้องจึงได้คัดเลือกพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นพื้นที่ราชพัสดุ ในความดูแลของกองทัพบก ดำเนินโครงการอุทยานธรรมชาติวิทยาตามพระราชดำริ ซึ่งมีความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งทางกายภาพและชีวภาพ สมควรแก่การอนุรักษ์และจัดเป็นสถานที่เรียนรู้ในลักษณะ "โรงมหรสพทางธรรมชาติ"
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2538 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร การดำเนินงานโครงการเป็นครั้งแรก ต่อมาเมื่อวันที่ 11 กุมพาพันธ์ 2547 ได้เสด็จพระราชดำเนินติดตามการดำเนินงานโครงการอีกครั้ง และในการนี้ทรงเปิดป้ายอุทยานธรรมชาติวิทยาตามพระราชดำริ
วัตถุประสงค์ของอุทยานธรรมชาติวิทยา
  1. อนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพธรรมชาติให้เป็นสถานที่ศึกษาสภาพธรรมชาติ
  2. ทำการศึกษาวิจัยทรัพยากรธรรมชาติและนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในท้องถิ่น รวมทั้งประชาชนทั่วไป โดยระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายภายหลัง
  3. เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเสริมสร้างจิตสำนึกรักและหวงแหนธรรมชาติ
  4. ส่งเสริมให้ประชาชน และองค์กรราชการส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการโครงการ

แผนการดำเนินงานมี 4 ด้าน ประกอบด้วย

  1. ด้านการบริการทางวิชาการ
  2. ด้านการเสริมสร้างคุณภาพชีวิต
  3. ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ
  4. ด้านการศึกษาวิจัยทรัพยากรธรรมชาติ

อุทยานธรรมชาติวิทยาตามพระราชดำริฯ เปิดให้บริการแก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปที่สนใจศึกษาธรรมชาติ พน้อมบริการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ประกอบด้วย

ศาลาข้อมูลธรรมชาติ
เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลทั่วไปของอุทยานธรรมชาติวิทยาฯ ทั้งข้อมูลทางสังคมศาสตร์ ข้อมูลทางกายภาพ และข้อมูลทางชีวภาพที่สำรวจพบในพื้นที่ โดยนำมาจัดเป็นนิทรรศการ สิ่งตีพิมพ์ วิดีทัศน์ พร้อมทั้งให้บริการห้องสมุดเพื่อการสืบค้นข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในถิ่นทุรกันดานอีกด้วย โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.

เส้นทางศึกษาธรรมชาติ
ประกอบด้วย 2 เส้นทาง โดยในการเดินศึกษาธรรมชาติตลอดเส้นทางจะได้พบ น้ำตก ธารน้ำร้อน พรรณพืช และสัตว์ต่างๆ ซึ่งใช้เวลาในการเดินประมาณ 1 ถึง 3 ชั่วโมง
ค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษา
เป็นกิจกรรมที่สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเสริมสร้างพฤติกรรมที่เหมาะสมต่อการอนุรักษ์ทรัพยากร โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ที่สนุกสนานผสานกับกระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีเนื้อหาเหมาะสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
ที่พัก
มีบริการบ้านพักและเต็นท์ ไว้สำหรับอำนวยความสะดวกให้แก่กลุ่มเยาวชน ตลอดจนนักวิชาการที่ต้องการเข้าพักแรมเพื่อศึกษาเรียนรู้เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ โดยบ้านพักรองรับได้จำนวน 50 คน อีกทั้งมีพื้นที่กางเต็นท์ไว้บริการ
ร้านของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์โครงการ
แหล่งรวมเครื่องดื่มและสื่อสิ่งพิมพ์ ทั้งหนังสือและโปสการ์ดของอุทยานธรรมชาติวิทยาฯ หนังสือพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตลอดจนผลิตภัณฑ์ในโครงการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริ และผลิตภัณฑ์ในชุมชน
ติดต่อสอบถามรายละเอียด
สำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สวนจิตรลดา ดุสิต กรุงเทพมหานคร 10303 โทร.0-2282-6511 ต่อ 22 โทรสาร.0-2281-3923
สำนักงานโครงการอุทยานธรรมชาติวิทยาตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 254 ม.7 ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี 70180 โทร.08-4938-1284
ที่มา :
สำนักงานโครงการอุทยานธรรมชาติวิทยาตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. (2553). แผ่นพับประชาสัมพันธ์. แจกจ่ายในงานกาชาดเที่ยวราชบุรี ปี 2553.
อ่านต่อ >>