วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ศึกษารถไฟทางคู่ นครปฐม-หนองปลาดุก-หัวหิน (ตอนที่ 1)

ในการประชุมครั้งที่ 11/2552 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 ของคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ได้มีมติให้กระทรวงคมนาคมเร่งดำเนินการ ศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นระบบรถไฟทางคู่เพื่อการขนส่งและการจัดการโลจิสติกส์ (ระยะที่ 1) ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง พ.ศ. 2552 - 2553 (แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2)เพื่อช่วยเร่งรัดการลงทุนที่สำคัญภายในประเทศและเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันกับต่างประเทศ ซึ่งนับวันจะทวีความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2552 ก็ได้รับทราบและเห็นชอบมติดังกล่าวและถือเป็นนโยบายที่สำคัญจากรัฐบาลที่จำเป็นต้องเร่งดำเนินโครงการโดยเร็ว

ต่อมาในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2552 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและรับทราบตามมติคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ครั้งที่ 16/2552 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2552 ซึ่งเห็นชอบในหลักการพัฒนารถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน 767 กิโลเมตร ในเส้นทางสำคัญ 5 เส้นทางคือ
  1. ลพบุรี-นครสวรรค์ ระยะทาง 118 กิโลเมตร
  2. มาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132 กิโลเมตร
  3. ชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ระยะทาง 185 กิโลเมตร
  4. นครปฐม-หนองปลาดุก-หัวหิน ระยะทาง 165 กิโลเมตร
  5. ประจวบคิรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 167 กิโลเมตร


กระทรวงคมนาคม โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จึงได้ดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นระบบรถไฟทางคู่เพื่อการขนส่งและการจัดการโลจิสติกส์ (ระยะที่ 1) เพื่อพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ของประเทศไทยให้ทันสมัยและมีศักยภาพทัดเทียมในระดับสากล

การศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้น ระบบรถไฟทางคู่เพื่อการขนส่งและการจัดการโลจิสติกส์ (ระยะที่ 1) เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2552 ถึงเดือนสิงหาคม 2553 โดยมีแผนการดำเนินงานดังนี้
  1. การทบทวนผลการศึกษาและการดำเนินงานของโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อการวิเคราะห์หาแนวทางในการเพิ่มสัดส่วนการเดินทางและการขนส่งโดยระบบรางในอนาคต
  2. การสำรวจ รวบรวม วิเคราะห์และคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารและสินค้า เพื่อนำไปสู่การพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศ โดยการจัดการปรับปรุงโครงขยายระบบรางให้เหมาะสม
  3. งานวิเคราะห์และศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ สังคมการเงิน และแนวเส้นทางที่เหมาะสมในการลงทุน เพื่อศึกษา คัดเลือกโครงการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ในเส้นทางที่จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาอย่างเร่งด่วน ไม่น้อยกว่า 2 เส้นทาง (ระยะทางรวมประมาณ 400 กิโลเมตร)
  4. การออกแบบเบื้องต้น (Preliminary Design) เพื่อจัดทำแผนผังแนวแบบเบื้องต้น (Preliminary Drawings) และออกแบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ สำหรับบริการผู้โดยสารและสินค้าย่านสถานี และประมาณราคาก่อสร้างและจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินเบื้องต้นเมื่อออกแบบเรียบร้อยแล้ว
  5. การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การดำเนินโครงการเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด พร้อมทั้งหามาตรการแก้ไขผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้น ช่วยให้เกิดประโยชน์จากการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  6. การมีส่วนร่วมของประชาชนและการประชาสัมพันธ์  เพื่อผลักดันโครงการรถไฟทางคู่ให้เป็น “ระบบหลัก” ในการขนส่งสินค้าและบริการที่ส่งเสริมศักยภาพทางธุรกิจ และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ เป็นแกนหลักการพัฒนาที่สำคัญ ในการพัฒนาเมือง คุณภาพชีวิต เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการบริการ ทั้งในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค ระดับประเทศ และระหว่างประเทศ
กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาโครงการประกอบด้วย
  • บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด
  • บริษัท ดาวฤกษ์ คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด
  • บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด
  • บริษัท สแปน จำกัด
  • บริษัท พีบี เอเชีย จำกัด
ที่มา :
-สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร . (2553).พร้อมก้าวสู่การพัฒนา.ศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นระบบรถไฟทางคู่เพื่อการขนส่งและการจัดการโลจิสติกส์ (ระยะที่ 1). [Online]. Available :http://www.doubletrackthailand.com/info.php . [2553 กรกฎาคม 1 ].
-สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร. (2553). ศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นระบบรถไฟทางคู่เพื่อการขนส่งและการจัดการโลจิสติกส์ (ระยะที่ 1). แผ่นพับประชาสัมพันธ์.
อ่านต่อ >>

วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ในโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี


พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประดิษฐานอยู่ใน โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี สร้างขึ้นพระองค์แรก ในปี พ.ศ.2518 โดยความคิดริเริ่มของนักเรียนที่มีความจงรักภักดีต่อองค์พระปิยมหาราช คณะครู นักเรียน ผู้ปกครอง และศิษย์เก่าของโรงเรียน จึงได้ร่วมกันบริจาคเงินสร้างพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานไว้ในบริเวณโรงเรียน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น พระบรมรูปนี้หล่อด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 190 เซนติเมตร ประทับยืนบนฐานสูง 3 เมตร โดยอาจารย์จำนงค์ ฤทธิ์นุ่ม เป็นผู้ปั้น
อ.จำนงค์ ฤทธิ์นุ่ม
ผู้ปั้นองค์แรก
ต่อมาในปี พ.ศ.2539 ร้อยตำรวจโทเชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการในสมัยนั้น ได้ประสานงานกับกรมศิลปากร ขอพระบรมราชานุญาตสร้างบรมรูปใหม่ หล่อด้วยโลหะขนาดเท่าพระองค์จริง
เดือน มิถุนายน พ.ศ.2541 กรมศิลปากรดำเนินการสร้างพระบรมรูปเสร็จสมบูรณ์
วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ.2541 ประกอบพิธีบวงสรวงพระบรมรูปองค์เดิม ไปประดิษฐานในเบญจมราชูทิศพิพิธภัณฑ์
วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ.2541 ประกอบพิธีอัญเชิญพระบรมรูปองค์ใหม่ขึ้นประดิษฐานยังแท่นพระบรมรูปองค์เดิม
วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2542 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนับเป็นมหามงคลสมัย ที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของชาวเบญจม์และชาวราชบุรี ตลอดไป

ที่มา :
สมาคมศิษย์เก่าเบญจมราชูทิศ ราชบุรี. (2548). ครบรอบ 118 ปี โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี. ราชบุรี : ธรรมรักษ์การพิมพ์.
อ่านต่อ >>

วันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2553

บ้านปรานี


บ้านปรานี
ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 2 จ.ราชบุรี

ความเป็นมา
ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 2 จ.ราชบุรี เป็นหน่วยงานราชการส่วนกลางในสังกัดกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม จัดตั้งขึ้นโดยประกาศของคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2546 โดยมีเขตอำนาจใน 8 จังหวัด คือ ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และประจวบคิรีขันธ์

บ้านปรานี ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 2 จ.ราชบุรี มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการควบคุมดูแล ให้การอภิบาลในเรื่องการกิน อยู่ หลับ นอน การบำบัด แก้ไขฟื้นฟูและพัฒนา เด็กและเยาวชนที่อยู่ ณ บ้านปรานีฯ จะได้รับการศึกษาทั้งสายสามัญและสายวิชาชีพ ควบคู่ไปกับกิจกรรมต่างๆ เช่น การเสริมสร้างระเบียบวินัย จริยธรรมและศีลธรรม กิจกรรมบำบัด เป็นต้น โดยเด็กและเยาวชนหญิง ทั้ง 8 จังหวัด ประกอบด้วย

  1. เด็กและเยาวชนหญิงฟื้นฟูยาเสพติด (รอผลการตรวจพิสูจน์หาสารเสพติด)
  2. เด็กและเยาวชนหญิงสถานแรกรับ (รอคำพิพากษา)
  3. เด็กและเยาวชนหญิงที่เข้ารับการฝึกอบรม (ตามคำสั่งศาลพิพากษาให้ฝึกอบรม)

หน่วยงานภายในแบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย คือ

  1. ฝ่ายอภิบาล มีหน้าที่ดูแลการกินอยู่หลับนอนของเด็กและเยาวชน
  2. ฝ่ายการศึกษา มีหน้าที่จัดการเรียนการสอนสายสามัญและสายวิชาชีพ
  3. ฝ่ายโยธา มีหน้าที่ดูแลความสะอาดเรียบร้อยของสถานที่ และเคลื่อนย้ายเยาวชนตามมาตรฐานขององค์การสหประชาชาติ

วิสัยทัศน์
บ้านปรานี ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 2 จ.ราชบุรี จะเป็นหน่วยงานที่ดูแลเด็กและเยาวชนหญิงตามมาตรฐานขององค์การสหประชาชาติ ด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพและผลงานเป็นที่ยอมรับของสังคม

ยุทธศาสตร์
  1. พัฒนาด้านปัจจัยพื้นฐานและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ในบ้านปรานีฯ ให้มีความเหมาะสมต่อการบำบัดแก้ไขและฟื้นฟู เด็กและเยาวชนหญิงในความควบคุมดูแล ภายใต้มาตรฐานขององค์การสหประชาชาติ
  2. ดำเนินการประสานเครือข่าย ทั้งองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนและประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทุกขั้นตอน
  3. เร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์
    -การเผยแพร่ความรู้ตามชุมชน
    -การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์
    -ส่งเสริมด้านกีฬา ดนตรีและนาฎศิลป์
    -ส่งเสริมให้ครอบครัวของเด็กและเยาวชนเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขความประพฤติของบุตรหลานตนในด้านต่างๆ ให้มากขึ้น
    -ให้บิดา มารดา ผู้ปกครองและครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สำคัญต่อความต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว เช่น กิจกรรมวันพ่อ กิจกรรมวันแม่ ฯลฯ
    -มาตรการในการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย โดยเด็กและเยาวชนหญิงที่มีความประพฤติดี ใกล้ครบกำหนดปล่อยตัวและบิดา มารดา หรือผู้ปกครองที่พิจารณาแล้วว่ามีความพร้อม สามารถรับตัวไปทดลองอยู่ร่วมกับครอบครัวได้ ให้ทดลองอยู่ร่วมกับครอบครัวก่อนได้รับการปล่อยตัว โดยมีการติดตามผลเป็นระยะ จนถึงวันครบกำหนดปล่อยตัว

ดอกไม้ประจำบ้านปรานี : ดอกนางแย้ม

สีประจำบ้านปรานี : สีชมพูและสีน้ำเงิน
-สีชมพู : ความอ่อนโยนและอ่อนหวาน
-สีน้ำเงิน : ความหนักแน่น เข้มแข็งและอดทน
อุดมคติ : อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ แข็งแกร่งแต่ไม่แข็งกร้าว
ผู้อำนวยการศูนย์ฯ : นายยุทธนันท์ ยิ้มพูลทรัพย์

ที่มา
-ข้อมูล : ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 2 จ.ราชบุรี. (2553). บ้านปรานี. แผ่นพับประชาสัมพันธ์.
-ภาพ :
http://www.bloggang.com/data/charlie-seen029/picture/1265435898.jpg
อ่านต่อ >>